kw suspension v3

kw suspension v3kw suspension v3 หน้าที่หลักการทำงานของโช้คอัพโช้คอัพ (SHOCK ABSORBERS) มีหน้าที่โดยเบื้องต้นเป็น เป็นตัวควบคุมการยุบตัว และการยืดตัวของสปริง (COIL SPRING) แหนบ (LEAF SPRING) และสปริงแบบแท่ง (TORTION BAR) ถ้าหากว่าไม่มีโช้คอัพรถจะเต้นไม่หยุด โช้คอัพ เป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่มีความจำเป็นชนิดหนึ่งในระบบรองรับของรถยนต์ เพื่อลดแรงกระแทก ที่เกิดขึ้นจากผิวของถนนหนทางที่ไม่เรียบ ซึ่งโดยมีบทบาทฐานรากเป็น เป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่รอควบคุม รูปแบบการทำงานของสปริงหรือแหนบ โดยเมื่อรถยนต์ได้รับแรงชน เนื่องจากสภาวะถนน

โช้คอัพจะเป็นตัวหน่วง การเคลื่อนที่ขึ้นรวมทั้งลงของตัวรถยนต์ โช้ค profender ฟอร์จูนเนอร์ เพื่อรถยนต์ได้รับแรงกระเทือนน้อยที่สุด และจากนั้นก็ควบคุมล้อ ให้สัมผัสกับผิวของถนนหนทางขณะรถยนต์วิ่ง โช้คอัพของรถยนต์ปกติ ไม่มีหน้าที่รับน้ำหนักบรรทุก สปริง หรือ แหนบ จะทำหน้าที่รับน้ำหนักบรรทุกโช้คอัพ (SHOCK ABSORBERS) คือ วัสดุที่สื่อความหมายประเภทหนึ่ง อยู่ในระบบรองรับของรถยนต์ เพื่อลดการชน อันมีต้นเหตุจากผิวของถนนที่ไม่เรียบ หน้าที่ต่างกัน แต่ทำงานร่วมกันระหว่างโช้คอัพ กับ สปริง สปริง เป็นวัสดุอุปกรณ์ส่วนใดส่วนหนึ่งในระบบรองรับของรถยนต์ เมื่อมีแรงกดลงมา สปริงจะกระทำการยุบลง แล้วก็ค่อยคืนภาวการณ์เดิม กล่าวอีกนัยหนึ่ง เป็นอุปกรณ์รับน้ำหนัก และความยืดหยุ่นของรถยนต์

โช้คอัพ เป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่มีส่วนสำคัญอย่างหนึ่งของระบบช่วงล่างเป็นเป็นตัวรองรับแรงกระแทกและควบคุมการยึดเกาะถนนของตัวรถยนต์ โช้คอัพ และจากนั้นก็สปริงจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน โดยเมื่อมีแรงกดมายังช่วงล่างสปริงจะทำยุบ และเบาๆดีดตัวขึ้น ตรงส่วนนี้เอง โช้คอัพจะเข้ามามีส่วนร่วมสำหรับเพื่อการลดแรงดีดตัวของสปริง ทำให้แรงดีดตัวของสปริงมีความหนืดขึ้น ทำให้รู้สึกนุ่มขึ้นของตอนล่าง ถ้าหากโช้คอัพสามารถลดแรงดีดตัวของสปริงได้มากเท่าไร ก็แสดงถึง คุณภาพของโช้คอัพได้มากเพียงแค่นั้นหน้าที่โดยเบื้องต้นของโช้คอัพซึ่งเมื่อขณะที่รถยนต์ได้รับแรงชนจากการวิ่งบนถนนหนทางที่ไม่เรียบ

โช้คอัพจะมีหน้าที่เป็นตัวช่วยถ่วงการเคลื่อนที่ขึ้นหรือลงของตัวรถยนต์ และก็ยังช่วยควบคุมการเต้นของล้อให้เกิดขึ้นต่ำที่สุด เพื่อล้อของรถยนต์ ได้สัมผัสกับผิวของถนน ในตอนที่รถแล่นอยู่เสมอเวลา ให้กำเนิดความสบายของคนขับขี่และให้มีการทรงตัวที่เหมาะสมที่สุดจำพวกและก็ขั้นตอนการเลือกซื้อโช้คอัพ
(SHOCK ABSORBERS) ที่ใช้ในรถยนต์อยู่ในทุกวันนี้ เป็นโช้คอัพที่ทำงาน โดยอาศัยการทำงานด้วยระบบน้ำมันไฮดรอคอยลิค (HYDRAULIC OIL) หรือที่เรียกว่า น้ำมันโช้คอัพ โดยใส่เอาไว้ภายในภาชนะทรงกระบอก

แล้วหลังจากนั้นก็อาศัยแรงดันของลูกสูบอัดให้น้ำมันไฮดรอลิค ที่อยู่ภายในกระบอกไหล ผ่านรูเล็กๆ(ORIFICE) ที่อยู่ด้านในลูกสูบ โดยที่รูเล็กๆกลุ่มนี้ จะมีบทบาทควบคุม รวมทั้งจำกัดการไหลของน้ำมันไฮดรอลิค เวลาที่รถยนต์วิ่งไปบนทางที่ขรุขระ สปริงหรือแหนบของรถยนต์จะมีการยืดตัวและหดตัว ตามจังหวะการเขย่าสะเทือนของล้อยนต์ ด้วยเหตุดังกล่าวน้ำมันไฮดรอคอยลิคที่ไหลผ่านรูเล็กๆข้างในลูกสูบ ก็เลยมีหน้าที่สำหรับเพื่อการหน่วงเหนี่ยว การเคลื่อนที่อย่างเร็วของสปริงแล้วก็แหนบของรถยนต์หลักการทำงานทั่วไปของโช้คอัพ

โช้คอัพที่ใช้ในขณะนี้ เป็นโช้คอัพที่อาศัยแนวทางการทำงานด้วยระบบน้ำมันไฮดคอยลิค (น้ำมันโช้คอัพ) โดยใส่ไว้ภายในภาชนะทรงกระบอก รวมทั้งอาศัยแรงดันของลูกสูบ อัดให้น้ำมันไฮดคอยลิคไหลผ่านรูเล็กๆที่อยู่ในลูกสูบ โดยรูเล็กๆกลุ่มนี้จะมีหน้าที่ควบคุม รวมทั้งจำกัดการไหลของน้ำมันไฮดรอลิค เมื่อรถยนต์ได้รับแรงกระเทือนบนทางที่ขรุขระ สปริงหรือแหนบของรถยนต์จะยืด และหดตัวตามจังหวะการกระตุกกระเทือนของล้อรถยนต์ โดยเหตุนั้นน้ำมันไฮดคอยลิคที่ไหลผ่านรูเล็กๆด้านในลูกสูบจึงมีบทบาทถ่วงเหนียว การดีดแบบอย่างเร็วทันใจของสปริง หรือแหนบของรถยนต์โช้คอัพแบ่งออกตามสื่อการทำงานได้เป็น 2 ประเภทคือ

โช้คอัพรถยนต์ที่ใช้อยู่เวลานี้แบ่งตามรูปแบบการทำงานได้ 2 ชนิดหมายคือโช้คอัพน้ำมัน โช้คอัพประเภทนี้จะปฏิบัติงานโดยใช้น้ำมันไฮดรอลิคเป็นตัวจัดการเพียงอย่างเดียว ด้วยเหตุนี้โช้คอัพประเภทนี้ในขณะดำเนินงานจะเกิดฟองอากาศ ก็เลยทำให้ทิ้งช่วงการทำงานโช้คอัพแบบแก็ส โช้คอัพจำพวกนี้เป็นโช้คอัพน้ำมันไฮดคอยลิค แล้วใส่ก๊าสไนโตรเจนเข้าไปด้านในกระบอกโช้คอัพ เพื่อกำจัดฟองอากาศของน้ำมัน ที่เกิดขึ้นข้างในโช้คอัพ ก็เลยทำให้โช้คอัพประเภทนี้ดำเนินการได้อย่างราบเรียบ บ่อยครั้งกรรมวิธีการตรวจดูโช้คอัพกรรมวิธีตรวจตราภาวะของโช้คอัพนั้น

ผู้ใช้รถยนต์สามารถตรวจสอบได้ดังนี้ให้สังเกตุที่หน้ายางของรถยนต์ ถ้าโช้คอัพอับอายขายหน้ายางจะสึกเป็นช่วงๆรอบๆ ให้ใช้มือกดบริเวณด้านบนของบังโคลนอีกทั้งหน้าและก็ข้างหลังหลายๆครั้ง แล้วปล่อยมือบริเวณที่กด ก็จะมีลักษณะยืดและหด แม้มีลักษณะอาการเด้งหลายๆครั้ง แปลว่าโช้คอัพนั้นพังทลาย ในช่วงเวลาที่ขับขี่รถผ่านทางที่ขรุขระหรือทางที่เป็นทางลูกระนาด รถยนต์จะมีลักษณะโยนตัว ต้นสายปลายเหตุมาจากสปริง หรือแหนบจะยืดรวมทั้งหดตัวอย่างยิ่ง จนกระทั่งยางกันกระแทก จะชนกับปีกนกตัวบนอยู่เป็นประจำเวลาแสดงว่าในเวลานี้โช้คอัพไม่มีแรงที่ จะถ่วงการเคลื่อนที่ของสปริงหรือแหนบเพียงพอแล้ว

ให้สังเกตุเวลาขับขี่รถจะมีความรู้สึกว่าควบคุมรถยนต์ได้ยากมากมายก่ายกอง นั่นถือว่า โช้คอัพไม่สามารถที่จะสามารถควบคุมการดีดตัวของสปริง หรือแหนบได้ ล้อจะเต้นจนตราบเท่าหน้าสัมผัสของยางลอย จากพื้นผิวของถนน อาการอย่างนี้จะก่อให้เกิดอันตรายเป็นอย่างมาก ในขณะขับขี่รถเข้าทางโค้งด้วยความเร็วสูง จะมีผลให้รถยนต์เสียการทรงตัวได้ ให้สังเกตุว่าโช้คอัพมีคราบเปื้อนน้ำมันไหลออกมาไหมหากไม่มั่นใจให้ใช้ผ้าขัดถูแล้วทดลองตรวจสอบดูอีกครั้ง เนื่องจากว่ารอยเปื้อนน้ำมันนี้อาจจะมาจากสารหล่อลื่น แกนของโช้คอัพก็เป็นได้

หากขัดแล้วมีคราบที่เป็นรอยเปื้อนน้ำมันอีกก็แสดงว่าโช้คอัพพังทลายให้ถอดโช้คอัพอเพียงอกมาแล้วดึงทดลองความหนืด โดยถอดจุดยึดด้านล่างของโช้คอัเพียงพออกแล้วออกแรงดึง การตรวจทานโช้คอัพลักษณะนี้ ควรตั้งตัวโช้คอัพให้ตั้งฉากกับพื้น แล้วคอยสังเกตุความหนืดของโช้คอัพแนวทางง่ายสำหรับในการสังเกตุอาการพังทลายของโช้คอัพรถยนต์เริ่มโคลงเคลง หรือ กระดอนเปลี่ยนไปจากปกติ ตอนที่ขับขี่สูญเสียการควบคุมขณะเข้าโค้ง หรือ เบรกดอกยางรถยนต์มีลักษณะเป็นบั้ง ไม่เรียบเท่ากัน มีรอยเปื้อนน้ำมันซึมออกข้างกระบอกโช้คอัพ

โช๊คอัพ ทำงานเช่นไร?ลักษณะการทำงานของโช๊คอัพจะเป็นตามแนวแนวความคิด “การแทนของเหลว” อีกทั้งขณะโช๊คอัพยืดและยุบตัว โช๊คอัพโดยธรรมดาจะมีความหนืดมากไม่น้อยเลยทีเดียวขณะโช๊คยืดตัวเมื่อเทียบกับจังหวะโช๊คอัพยุบตัว ซึ่งการควบคุมนี้จะช่วยยับยั้งอัตราการดีดตัวของสปริงหรือตอนล่างให้คล้ายคลึงไปกับสภาพการณ์หรือภาวะถนนการควบคุมการทำงานของชุดตอนล่างนี้จะบรรลุผลได้โดยการที่โช๊คอัพดูดซับแรงชนทั้งปวงที่ถ่ายทอดมาจากสปริงแล้วเปลี่ยนสภาพเป็นพลังงานความร้อนลงไปสู่อากาศรอบๆตัวโช๊ค VALVING STAGES (จังหวะการควบคุมแนวทางการทำงานของวาล์ว) ในช่วงเวลาที่ความเร็วของแกนโช๊คอัพเพิ่มความเร็วขึ้น

อัตราการซึมดูดซึมแรงกระแทกของโช๊คอัพก็จะเปลี่ยนเพิ่มความหนึดขึ้นและก็ตามด้วย เหตุผลเพราะว่าวาล์วควบคุมน้ำมันหลายระดับซึ่งอยู่ในตัวโช๊คลักษณะการทำงานของวาล์วจังหวะแรก “BLEED” จะส่งผลต่อสถานะการขับขี่โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ขับรถในอัตราความเร็วต่ำขณะเรากดให้โช๊คอัพยุบตัวด้วยมือเราสามารถที่จะทราบได้ถึงความหนึดของวาล์วควบคุมในจังหวะแรกวาล์วควบคุมน้ำมันระดับลำดับที่สอง “BLOW OFF” จะควบคุมความสามารถในการขับขี่บนทางไฮท์เวย์

ซึ่งอัตราความเร็วของแกนโช๊คจะอยู่ปานกลางวาล์วควบคุมน้ำมันระดับลำดับที่สาม “ORIFICE” วาล์วจะทำงานในขณะแกนโช๊คเขยื้อนในช่วงเวลาที่รถยนต์ใช้ความเร็วจำนวนมาก ซึ่งจะควบคุมการเคลื่อนไหวของตอนล่างรวมทั้งทั้งยังยังยั้งอาการจนกระทั่งของชุดช่วงล่าง ตลอดจนการเลี้ยงตัวของรถยนต์ในขณะขับขี่รถด้วยความเร็วสูงจังหวะแกนโช๊คอัพยุบตัว “COMPRESSION STROKE”ตอนที่แกนโช๊คยุบตัว

ลูกสูบข้างในกระบอก โช๊คเคลื่อน ไปด้านล่าง ของกระบอก จะมีวาล์วควบคุม การยุบตัวอยู่ 2 ตัว ตัวแรกจะอยู่ กับชุดลูกสูบ ส่วนตัวลำดับที่สองจะอยู่กับวาล์ว ควบคุมการยุบตัว ซึ่งอยู่ข้างล่างของ กระบอกโช๊ค วาล์วควบคุม หลายระดับตัวนี้ จะรวมอยู่ในตัวเดียวกันกับ วาล์วควบคุมการยุบตัวซึ่งมีหน้าที่ดูดซึม แรงชนขณะที่ โช๊คอัพยุบตัว ในขณะลูกสูบเขยื้อนลง ข้างในกระบอกโช๊ค จะทำให้น้ำมัน โช๊คที่รอบๆช่องว่างใต้ลูกสูบมีแรงดันสูงขึ้น ซึ่งจะดูดซับแรง ชนใน จังหวะโช๊คอัพยุบตัวจำนวนน้ำมันที่ลูกสูบเคลื่อน จะสร้างแรงกดดันให้ไหลผ่านวาล์วควบคุมการยุบตัวด้านล่างไปยังหอน้ำมันจะมีปริมาณเสมอกัน ซึ่งในขณะเดียวกันน้ำมันซึ่งสมารถยนต์ไหลผ่านได้สบายจะไหลย้อนจากช่องข้างล่างของลูกสูบ ผ่านวาล์วปากทางเข้าซึ่งติดอยุ่กับชุดลูกสูบจะเต็มไปด้วยน้ำมันโช๊คตลอดระยะเวลาเพื่อป้องกันสภาพการณ์ขาดน้ำมันจังหวะแกนโช๊คอัพยืดตัว (REBOUND STROKE)

ในขณะที่ลูกสูบขับเคลื่อนไปด้านบนของกระบอกโช๊คหรือจังหวะที่โช๊คอัพยืดตัว วาล์วทั้งยัง 2 ตัว กล่าวคือ วาล์วที่อยู่กับชุดลูกสูบและชุดวาล์วควบคุมการยุบตัว วาล์วทั้งสองนี้จะมีวาล์วควบคุมการยุบตัว กับวาล์วควบคุมการยืดตัวรวมอยู่ในตัวเดียวกัน ในจังหวะนี้วาล์วควบคุมหลายระดับซึ่งอยู่ในลูกสูบจะควบคุมรวมทั้งยั้งการดีดตัวของสปริงช่วงล่าง ตอนที่ลูกสูบเคลื่อนขึ้นบน น้ำมันที่ไหลสบายจะระบายจากห้องพักน้ำมันสำรองผ่านมายังวาล์วควบคุมการยุบตัว จำนวนน้ำมันที่ผ่านจากวาล์วข้างล่างของกระบอกโช๊คมายังห้องว่างด้านใต้ลูกสูบจะมีทุกส่วนประกอบ อะไหล่รถยนต์ย่อมแก่การใช้แรงงานทุกชิ้นไม่ว่าจะใช้งานในแบบไหนก็ตาม

แล้วหลังจากนั้นก็แน่นอนว่าเมื่อแก่การใช้งานย่อมจะต้องมีการสึกกร่อนเป็นเรื่องธรรมดาในครั้งนี้เราจะขอพูดถึงอายุการใช้งานของ โช๊คอัพ วัสดุที่เรียกว่าเป็นตัวรับแรงชนลดแรงกระเทือนของตัวรถยนต์ในช่วงเวลาที่รถยนต์วิ่งยังช่วยทำให้รถยนต์เกาะถนนหนทางเจริญขณะเข้าโค้ง แล้วในรถหนึ่งคันนั้นอายุการใช้งานของโช็คอัพควรจะอยู่ประมาณขณะใดเเละสาเหตุใดที่โล่งให้คุณรู้ได้เเล้วว่าน่าใกล้จะถึงในเวลาที่คุณจำต้องแปลง โช๊คอัพ ได้เเล้วเรามาเริ่มกันที่อาการพังของ โช๊คอัพ กันก่อนเมื่อใดก็ตามที่รถยนต์ของคุณผ่านการใช้แรงงานมาเป็นระยะเวลานานพอเหมาะพอควรตอนที่กำลังขับขี่ถ้าคิดว่าช่วงล่างของรถมแรงกระแทกหรือสะเทือนร้ายแรงถึงแม้ในขณะที่ขับขี่รถช้าเวลาได้แก่เวลาขับผ่านผิวรอยต่อถนนหนทาง, ขึ้นเนินหลังเต่าด้วยความเร็วที่ไม่สูงเท่าไรนักถึงแม้ขตอนที่รถยนต์กำลังลงเนินรู้สึกได้ถึงแรงชนทีมากกว่า, ขึ้นสะพานรู้สึกได้ว่ารถมีลักษณะอาการโจนขณะลงจะมีลักษณะเด้งหรือขณะที่กำลังขับรถผ่านผิวที่เป็นแอ่งกระทะ ความเร็วโดยประมาณ 80-90 กม/ชั่วโมง จะมีความรู้สึกได้ว่ารถยนต์มีลักษณะโบยบินบางส่วน

ผู้ขับตัวลอยจากเบาะเหล่านี้เป็นอาการของรถยนต์ที่กำลังบอกคุณ เเล้วว่าถึงเวลาเปลี่ยนแปลง โช๊คอัพได้เเล้วปริศนา ต่อไปเป็นเเล้ว โช๊คอัพแก่การ ใช้แรงงานในขณะมากแค่ไหน คำตอบของหัวข้อ นี้คืออายุการ ใช้งานของ โช๊คอัพ ขึ้นอยู่กับความประพฤติการขับรถยนต์ของคุณ ขับแบบไหน ขับหลายหนเท่าใด อายุของรถยนต์กี่ปีเเล้ว ทั้งมวลนี้มีส่วนเกี่ยวข้อง กับอายุการใช้งานเเละการสึกกร่อนของ โช๊คอัพรถยนต์ทุกคันถ้าเกิดวิ่งเกินหนึ่งแสนกม.โดยไม่มีการเปลี่ยน โช๊คอัพ เราบอกได้เลยว่ารถยนต์คันนั้นของคุณระบบ ตอนล่างสมรรถนะของ โช้กอัพจะลดลงเรื่อย อย่างแน่แท้ หรือบางคนอาจเจอ กับอาการผุพังของโช๊คอัเพียงพอปิ้ง โช๊คอัพ รั่ว, โช๊คอัพ ย้วย หรือโช๊คตาย ถ้าเกิดเจออาการพวกนี้เเนะนำว่าอย่าซ่อมบำรุงให้ เสียเวล่ำเวลาแปลง โช๊คอัพ ใหม่เพือการขับขี่รถไม่มีอันตรายจะดีว่า

โช๊คอัพ ในตลาดมีให้เลือก 2จำพวกการทำงานคือ โช้คอัพน้ำมัน โช๊คอัพ พวกนี้มีข้อดีจะให้ความหนึบ กระด้าง ข้อตำหนิเป็นหากกร่อนจะมีน้ำมันรั่วออกมา และจากนั้นก็แบบลำดับที่สองคือ โช๊คอัพ แบบก๊าซ ให้ความรู้ความเข้าใจสึกที่นุ่มมากยิ่งขึ้นในการกระเเทกและก็มราคาแพงที่สสูขี้งกว่าจำพวกแรก

กลับหน้าหลัก

Related Posts